สุขภาพทางการเงินที่ดีเริ่มที่การออม

img
สุขภาพทางการเงินที่ดีเริ่มที่การออม
  • sendLINE

บทความ

เดวิด บาค แบ่งการออมเงินเป็น 3 ประเภท  เขาเรียกว่า ตะกร้า   3 ใบ 

การออมเงินแบบ ตะกร้า 3 ใบ ของบาค

ตะกร้าใบที่ 1 ตะกร้าเพื่อความมั่นคง

ตะกร้าใบที่ 2 ตะกร้ายามเกษียณ

ตะกร้าใบที่ 3 ตะกร้าเพื่อความฝัน

ตะกร้าเพื่อความมั่นคง คือบัญชีการออมเงินสำหรับตัวคุณหรือครอบครัว เพื่อใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน เช่น คุณต้องออกจากงาน หรือที่บ้านขาดรายได้หลักทางใดทางหนึ่ง หรือ รถต้องซ่อมขนานใหญ่ หรือคุณเป็นลูกชายคนโตที่กำลังเรียนมหาวิทยาลัย วันหนึ่งคุณอาจจะตื่นขึ้นมาพบว่าคุณพ่อที่เป็นผู้จัดการบริษัทฝรั่ง ล้มเป็นอัมพาตทำงานไม่ได้อีกแล้ว แม่คุณซึ่งเป็นข้าราชการ มีรายได้น้อยกว่าพ่อมาก แสดงว่ารายได้หลักขาดหายไปเห็นๆ แต่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม ทีนี้ที่บ้านคุณจะทำอย่างไร ถ้า...บ้านคุณไม่เคยมีเงินเก็บในตะกร้านี้เลย ดังนั้นในฐานะที่คุณเป็นลูก ดิฉันขอส่งเสริมให้คุณลูกๆ ทั้งหลายที่อ่านบรรทัดนี้แล้ว จงเดินไปถามพ่อแม่คุณซะเดี๋ยวนี้เลยว่าพ่อกับแม่มีตะกร้าใบนี้ไหม และในตะกร้ามีเงินเก็บเท่าไหร่ บ้านหลายบ้านเอาแต่หมุนเงินหัวปั่นเพื่อให้พอใช้จ่ายเพื่อรักษา Lifestyle ที่ตัวเองเคยชินและส่งเสียลูกๆ เรียนสูงๆ จนไม่เคยมีเงินเก็บก้อนนี้เลย ได้แต่ท่องบทสวดยอดฮิตว่า ขออย่าเจ็บ ขออย่าเจอปัญหา ขออย่ามีเรื่องร้าย เพื่อเอาตัวรอดเรื่อยไป

ตะกร้าใบนี้ยังทำหน้าที่เหมือนฟูกเวลาคุณล้มตัวด้วยคือ ไม่เจ็บตัวมากเพราะยังมีเงินสำรองใช้จ่ายอยู่ และทำหน้าที่เหมือนเครื่องช่วยหายใจเวลาคุณล้มป่วย เพราะเขาสามารถช่วยซื้อเวลาให้คุณหายใจได้ยาวขึ้นจนถึงวันที่คุณลุกขึ้นยืนใหม่ได้

ตะกร้ายามเกษียณ คือการกันเงินรายได้ของคุณทันทีเพื่อไปสะสมไว้ในกองทุนเกษียณเพื่อให้คุณแน่ใจว่าเมื่อคุณอายุมากขึ้น ไม่มีรายได้เข้าแล้ว คุณจะอยู่ได้อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องลำบากและไม่ต้องพึ่งพาใคร

ตะกร้านี้คนไทยไม่เคยคิดเลยค่ะ เพราะเราชอบคิดว่า “มีลูกเพื่อให้เลี้ยงเราตอนแก่เฒ่า” จริงอยู่ธรรมเนียมคนไทยลูกหลานต้องกตัญญูเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ชรา ทว่า...คุณอยากแก่ชราแบบไปไหนไม่ได้เพราะไม่มีเงินของตัวเองหรือคะ? หรือคุณอยากไปเที่ยวไหนกับเพื่อนวัยเดียวกัน ไปทำผมทำเล็บ แต่ต้องแบมือขอลูกขอหลานทุกครั้งจนรู้สึกเกรงใจแบบคุณยายวัย 80 ของเพื่อนดิฉัน

ชีวิตแบบที่ต้องพึ่งพาคนอื่นนอกจากขาดอิสรภาพแล้วยังขาดความภาคภูมิใจ และขาดอำนาจในตัวเองอีกด้วยค่ะ ถ้าคุณไม่อยากมีปัญหานี้ อยากเกษียณอย่างสบายๆ จงออมเงินในส่วนนี้ ออมเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ

ของอเมริกา เขามีกองทุน Retirement fund คือ ออมโดยไม่เสียภาษีเพื่อสนับสนุนให้ราษฎรอาวุโสไม่ต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐลูกเดียว บ้านเรามีการลงทุนแบบ RMF เช่นกัน โดยที่คุณสามารถติดต่อผ่านธนาคารได้ทุกที่เลยค่ะ

“วิธีการออมเงินเกษียณ...คุณต้องคำนวณดูก่อนว่าแต่ละเดือนคุณอยากใช้จ่ายอย่างสบายๆ เท่าไหร่แล้วบวกกิจกรรมที่คุณอยากทำด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายแบบกินอยู่ ไม่มีผ่อนบ้านผ่อนบ้านผ่อนรถของคุณ 20,000 ต่อเดือนก็หรูแล้ว บางคนอยากปลูกกล้วยไม้เล่น ก็คำนวณเลยว่าค่าใช้จ่ายเพื่องานอดิเรกต่อปีคือเทาไหร่ ดิฉันเองชอบเดินทางมากก็คิดซะว่าเดินทางไปเมืองนอกปีละครั้ง 79,000 บาท รวมทั้งหมดแล้วคิดเป็นรายจ่ายประจำตัวต่อปี แล้วคูณอายุเกษียณของคุณค่ะ โดยตั้งต้นจากปีที่คุณคิดจะเกษียณ สมมติอายุ 55 หรือ 60 ก็ว่ากันไป บางคนขอเกษียณเร็วหน่อยก็ ตั้งที่อายุ 45 ก็ต้องขยันออมเงินมากกว่าคนอื่นหน่อยละ แล้วไปจบที่อายุซึ่งคุณคิดว่าจะลาโลก (เผื่ออายุยืนไว้หน่อยก็ดีนะคะ) ของดิฉัน 20,000/เดือน = 240,000 + 79,000 = 319,000 บาท/ปี ดิฉันกะเกษียณตอน 55 เพราะชอบทำงานค่ะ ตายตอน 80 ก็เอา 25x319,000 = 7,975,000 บาท แล้วอย่าลืมคำนวณค่าเงินเฟ้อ 5% ไว้ด้วยนะคะ”

อา...ขบลูกคิดเสร็จแล้วเลขที่ออกคือ...ดิฉันต้องเริ่มออมเงินตะกร้าเกษียณไว้ประมาณแปดล้านบาท โดยหักทันทีจากเงินรายได้ตั้งแต่วันนี้ ไปอีก 15 ปี เท่ากับดิฉันต้องเก็บออกเงินเกษียณประมาณปีละ 540,000 บาท เพื่อที่ดิฉันจะได้ไม่ต้องเป็นคนแก่ที่ไร้ค่าหน้าแห้ง ไร้คนเหลียวแล ยิ่งคนโสดสมัยนี้มีเยอะขึ้นยิ่งต้องเตรียมตะกร้านี้ไว้ จะได้ไม่ต้องมานั่งคร่ำครวญแบบหวาดกลัวอนาคตอีกแล้วว่า "แก่ไปจะให้ใครมาดูแล เห็นทีเราต้องแก่ตายคนเดียวเป็นแน่แท้” ถึงดิฉันยังเป็นโสดไร้คู่ ลูกผัวไม่มีในตอนนี้ ดิฉันก็ขอไปตายบนยอดเขาหิมาลัยระหว่างกำลังเดินทางเที่ยวแบบเทรคกิ้ง หรือแก่ตายตอนไปเที่ยวหมู่บ้านอามิชของอเมริกาจะดีกว่า คุณยายโจแกตายเท่ซะไม่มี๊!

ตะกร้าเพื่อความฝัน คือการกันเงินออมเพื่อทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง

บาคคิดว่ามันน่าเศร้ามากที่คนมากมายพอแก่ตัวขึ้นก็เลิกฝันเพียงเพราะ....ไม่มีเงินพอ เนื่องจากความฝันหลายอย่างจะเป็นจริงได้ต้องใช้เงิน แต่คนมากมายแทนที่จะสร้างทุนรอนความฝันด้วยหนึ่งสมองสองมือ เขากลับซื้อล๊อตเตอรี่เผื่อถูกเงินล้าน รอมรดก รอไถจากพ่อแม่ รอแบมือขอยืมเงินพี่น้อง ลุ้นลาภลอย คอยเจ้าชายขี่ม้าขาว ฯลฯ ดิฉันว่า...หากจะมีอะไรน่าเศร้ายิ่งกว่าการเกษียณแบบพึ่งพาแล้ว ก็เห็นจะเป็นการพึ่งพาคนอื่นมาสร้างฝันของเราให้เป็นจริงน่ะแหละค่ะ เพราะยังไงก็เป็นการ dependency เกาะคนอื่นและเบียดเบียนเขาอยู่ดี

บาคบอกว่าคุณไม่ต้องมัวรอหรอก แค่คุณทำ 2 ข้อนี้ให้ได้ ความฝันของคุณก็อยู่ไม่ไกลแล้ว คือ หนึ่ง – ระบุความฝันของคุณให้ชัดเจน และ สอง – จงร่างแผนการเงินเพื่อบรรลุความฝันนั้น ฟังดูง่าย ไม่เห็นจะยากเลย แต่เชื่อไหม...ง่ายแค่เนี้ยแหละ คนกลับไม่ทำกัน!

เช่น ความฝันของดิฉันก่อนหน้านี้ คือผ่อนบ้านให้หมดเป็นไทแก่ตัว ดิฉันเหลือหนี้ค่าบ้านอยู่ 3 ล้านบาท ดิฉันก็ต้องร่างแผนการเงินที่จะนำเงินก้อนมาโปะให้หมดภายในระยะเวลากี่ปีก็ว่ากันไป เพื่อจะได้ไม่เสียดอกเบี้ยบ้านที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ตอนแรกดิฉันก็ท้อและงงเหมือนกันว่าจะเอาไงดีถึงจะมีเงินมาโปะต้นปรากฏว่าพอดิฉันตั้งเป้าว่า 10 ปีต้องมีเงินโปะจนหมด แสดงว่าดิฉันต้องมีเงินก้อนปีละ 300,000 บาทมาโปะ เอาละ...พอเห็นตัวเลขชัด ปัญญาก็เริ่มทำงานแล้วว่าดิฉันจะหาเงินก้อนนี้ได้จากไหน จึงมีการวาง action plan – แผนปฏิบัติให้ฝันนี้เป็นจริงอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คือการเก็บเงินให้ได้ 25,000 บาทต่อเดือน 

แนวคิดตั้งสำนักพิมพ์ของตัวเองจึงเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนั้นเองค่ะ เพื่อที่จะทำธุรกิจของตัวเองโดยได้เงินเดือนประจำในการบริหารทุกเดือน ไม่ต้องมัวแต่รอคนมาจ้าง หรือรองานจากแหล่งภายนอกเข้ามาลูกเดียว ตามแนวคิดที่ว่า ‘โอกาสไม่ต้องรอให้ใครมาหยิบยื่นให้ เราสร้างเองด้วยสองมือของเราได้’ เมื่อได้เงินเดือนประจำแล้ว ดิฉันไม่เอาไปใช้จ่ายค่ะ แต่จะกันเงินเดือนจากบริษัทส่วนนี้เข้าฝากในตะกร้าความฝันทุกเดือน แล้วทุกสิ้นปีก็ถอนมาโปะเงินกู้ไปเรื่อยๆ แถมเงินต้นที่ค้างกับธนาคารก็จะลดลง นอกจากจะช่วยให้ภาระผ่อนบ้านน้อยลงไปทุกปีแล้ว ดิฉันสามารถโปะได้เร็วกว่า 10 ปีซะด้วยซ้ำถ้าทำตามแผนการได้

ที่มา : จากหนังสือ เงินเรื่องใหญ่ที่โรงเรียนไม่เคยสอน...มณฑาณี ตันติสุข